‘กุนโดกัน’เบิ้ล แมนซิตี้ ฟอร์มดุจริง บุกอัด เวสต์บรอมวิช เละ 5-0 27/01/2564

'กุนโดกัน'เบิ้ล แมนซิตี้ ฟอร์มดุจริง บุกอัด เวสต์บรอมวิช เละ 5-0

คงต้องบอกว่า เรือใบสีฟ้า น่ากลัวจริงๆ ในนาทีนี้ เมื่อล่าสุด บุกไปยิงรัวใส่เจ้าบ้านแบบไม่ยั้ง โดยขึ้นนำไปถึง 4-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลังมาได้เพิ่มอีก 1 ประตู ทำให้จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อัด เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 5-0 ทำแต้มแซงแมนยู 1 คะแนน ขยับขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงแล้ว

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2020/21 เมื่อคืนวันอังคารที่ 26 มกราคม 2564 “เดอะ แบ็กกี้ส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เปิดสนาม เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ต้อนรับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นาทีที่ 3 ทีมเยือนเกือบได้ประตูขึ้นนำ ฟิล โฟเด้น เลี้ยงบอลเข้าเขตโทษ ก่อนยิงด้วยซ้าย บอลไปแฉลบ ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง แล้วเปลี่ยนทาง ทว่า แซม จอห์นสโตน ยังพุ่งปัดบอลไปชนเสาเหลี่ยมนอกกระดอนออกไป

GOAL!! แต่แล้ว นาที 6 ซิตี้ ก็ออกนำอย่างรวดเร็ว ชูเอา คันเซโล่ เปิดบอลจากแดนหลังให้ อิลคาย กุนโดกัน เอาบอลลงพื้นแล้วสับไกจากหน้าเขตโทษ คราวนี้ แซม จอห์นสโตน ทำได้แต่มองบอลที่พุ่งเข้าไปตุงตาข่าย เรือใบสีฟ้า บุกนำ 1-0

นาที 15 ริยาด มาห์เรซ ปั่นด้วยซ้ายจากระยะไกล แต่บอลลอยหลุดกรอบออกหลังไป

GOAL!! นาที 22 ทีมเยือนได้ประตูที่สอง แบบน่าจะมีประเด็นให้ได้พูดถึงต่อ เมื่อ ชูเอา คันเซโล่ เปิดบอลให้ อิลคาย กุนโดกัน ไปถึงสุดเส้นหลัง ซึ่งไลน์แมนยกธงว่า เป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว ทว่าผู้ตัดสินไม่ได้เป่าให้หยุดเล่น กุนโดกัน จึงจ่ายกลับไปให้ คันเซโล่ ปั่นโค้งด้วยซ้ายจากเส้นเขตโทษ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไปแบบสุดสวย จากนั้น VAR จึงทำงาน แล้วชี้ว่า จังหวะดังกล่าวไม่ล้ำหน้า ทำให้ ซิตี้ ได้ประตูนำห่าง 2-0

นาที 28 เวสต์บรอมวิช ได้ลุ้นบ้าง โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ จ่ายให้ คัลลั่ม โรบินสัน ได้ยิงแบบฉีดยาด้วยขวา แต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

GOAL!! จากนั้นเพียง 2 นาที เป็น ซิตี้ ที่ได้ประตูเพิ่มอีก โรเมน ซอว์เยอร์ส เสียบอลให้ อิลคาย กุนโดกัน บริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนที่ กุนโดกัน จะเลี้ยงบอลไปยิงด้วยซ้าย กลายเป็นประตูที่สองของเจ้าตัว และส่งให้ แมนซิตี้ หนีห่างไปเป็น 3-0 ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกของเกม

GOAL!! ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก ทีมเยือนได้ประตูที่สี่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เปิดบอลให้ ริยาด มาห์เรซ ที่อยู่เกือบสุดเส้นหลัง ก่อนจะเลี้ยงหักเข้ากลาง แล้วสับไกยิงด้วยซ้ายเข้าประตูไป เรือใบนำไกลถึง 4-0 และจบครึ่งเวลาแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง นาที 48 ริยาด มาห์เรซ ได้โอกาสซัดเต็มข้อ แต่บอลไปติดบล็อก

นาที 51 โรดรี้ ลองยิงไกลดูบ้าง ทว่าบอลพุ่งชนชนคานแล้วหลุดออกหลังไป

GOAL!! นาที 57 ประตูที่ห้ามาจนได้ ริยาด มาห์เรซ ป้ายบอลเข้ากลางให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แปบอลแบบจ่อๆ เข้าประตูไปอย่างง่ายดาย ซิตี้ นำ 5-0

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้จบเกมการแข่งขัน เป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บุกถล่ม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ไปแบบเละเทะ 5-0 เก็บ 3 คะแนน ทำให้มีเพิ่มเป็น 41 แต้ม จาก 19 นัด แซงหน้า แมนยู ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของตารางคะแนนได้สำเร็จ 🔴 ดูบอลสด

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน : แซม จอห์นสโตน (GK), ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง, ดาร่า โอเชีย, เซมี่ อาจายี่, คีแรน กิ๊บบ์ส, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, โรเมน ซอว์เยอร์ส, เจค ลิเวอร์มอร์, คาร์แลน แกรนท์, มาเตอุส เปไรร่า, คัลลั่ม โรบินสัน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์ซอน โมราเอส (GK), ชูเอา คันเซโล่, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, อิลคาย กุนโดกัน, โรดรี้, ฟิล โฟเด้น, แบร์นาโด้ ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

ดูประวัติข้อมูลและการเคลื่อนไหว วงการฟุตบอล

  • “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ <<

ทุกข่าวทุกเรื่องราวทุกการเปลี่ยนแปลงของ วงการฟุตบอล Hot News: ข่าวกีฬา   ข่าวฟุตบอล หนังสือพิมพ์สปอร์ตพูล

• เรื่องน่าสนใจ •