บทเรียนล้ำค่าของแมนยู หลัง ‘รังนิค’ เทตำแหน่งที่ปรึกษา 30/05/2565

หลังจากที่ ราล์ฟ รังนิค พา ปีศาจแดง ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง จนหล่นไปจบอันดับ 6 ชวดโควตาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และได้เพียงโควตาไปลุย ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เท่านั้น  ล่าสุดก็ได้มีแถลงการณ์จากสโมสรว่า "สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขอขอบคุณ ราล์ฟ รังนิค สำหรับความพยายามของเขา ในฐานะผู้จัดการทีมชั่วคราวตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ด้วยข้อตกลงร่วมกัน ตอนนี้ ราล์ฟ จะโฟกัสไปที่บทบาทใหม่ของเขาในฐานะผู้จัดการทีมชาติออสเตรีย เท่านั้น"  "และจะไม่รับบทบาทที่ปรึกษาที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เราขออวยพรให้ ราล์ฟ โชคดีในบทต่อไปในอาชีพของเขา"  เกิดอะไรขึ้นในรั้ว โอลด์ แทรฟฟอร์ด เพราะหากจำกันได้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 เมษายน ทีมชาติออสเตรีย ประกาศเเต่งตั้ง ราล์ฟ รังนิค คุมทีมถึงปี 2024 พร้อมควบตำเเหน่งที่ปรึกษาให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากนั้นวันที่ 30 เมษายน ราล์ฟ รังนิค ให้สัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ตส์ เกี่ยวกับบทบาทของเขากับ ยูไนเต็ด ว่า "สิ่งที่ผมบอกได้และยืนยัน คือผมจะทำหน้าที่ที่ปรึกษาต่อไป เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล และอีก 2 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน"  การแยกทางกับ รังนิค ทำให้ ยวน ชาร์ป และ คริส อาร์มาส ก็ต้องอำลาสโมสรเช่นกัน ขณะที่ ไมค์ ฟีแลน ต้องการออกจากสโมสรเช่นกัน แต่ยังอยู่ในระหว่างการเจรจาตกลง โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน รังนิค ได้พูดคุยหารือกับ เอริก เทน ฮาก เป็นเวลานาน ก่อนที่สุดท้ายจะมาจบที่ข้อสรุปในการอำลาทีมของตัวเขาเอง  ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวมากมาย เกี่ยวกับความไม่ลงรอยกัน และมีรายงานด้วยว่า รังนิค ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่สโมสรปล่อยให้ เอริค เทน ฮาก กุนซือคนปัจจุบัน เข้ามานั่งชมเกมในนัดสุดท้ายกับ คริสตัล พาเลซ เนื่องจากมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกัน และควรจะเข้ามาทำงาน หลังจากจบฤดูกาลโดยสมบูรณ์แล้ว  นอกจากนี้ เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม เคยมีรายงานว่า ราล์ฟ รังนิค กำลังพิจารณาว่าจะตกลงรับตำเเหน่งที่ปรึกษาให้กับ แมนยู ดีหรือไม่ หลังจากไม่ได้โบนัส 1 ล้านปอนด์ เพราะไม่สามารถพาทีมจบท็อปโฟร์ได้ในฤดูกาลนี้  และจนตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่า เบื้องหลังของเรื่องนี้คืออะไรกันแน่ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ความผิดพลาดของบอร์ดบริหารที่ทำให้เรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สโมสรและ รังนิค อาจรู้สึกว่า เมื่อ ราล์ฟ เข้าคุม ทีมชาติออสเตรีย แล้ว อาจเป็นเรื่องยากที่เขาจะแบ่งเวลามาทำงานที่ ยูไนเต็ด ด้วย รังนิค จะโฟกัสไปที่การคุม ทีมชาติออสเตรีย เพียงอย่างเดียว  สำหรับสถิติการคุมทีมของ รังนิค กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้งสิ้น 29 เกม รวมทุกรายการ ชนะไป 11 เสมอ 10 และแพ้ถึง 8 เกม ทั้งๆ ที่เพิ่งมาคุมทีมในช่วงก่อนปีใหม่เพียงไม่นานเท่านั้น  จากสถิติที่เกิดขึ้น จะสังเกตได้ว่า ช่วงเวลา 6 เดือนของ รังนิค กับ ปีศาจแดง เป็นช่วงเวลาที่ เดอะ โปรเฟสเซอร์ มีผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิตการเป็นกุนซือเลยทีเดียว โดยเปอร์เซนต์การเก็บชัยชนะของ รังนิค กับ ยูไนเต็ด น้อยนิดเพียง 37.93% เท่านั้น สิ่งที่ แมนยู ควรได้จาก รังนิค มันควรเป็นเรื่องประสบการณ์ ความรู้ของเขา อุตส่าห์เคลียร์คนเบื้องหลังออกไปได้มาก ทั้งแมวมอง รวมไปถึงการวางมือของ เอ็ด วู้ดเวิร์ด แถมยังได้กุนซือที่ดูมีแนวโน้มที่ดีอย่าง เทน ฮาก เข้ามาอีก แต่คนที่ลงเสาเอกวางโครงสร้าง จากวางระบบ กลายเป็นวางระเบิด แล้วชิ่งหนีซะอย่างนั้น  ปีศาจแดง กำลังจะเสีย ปอล ป็อกบา แบบไม่ได้สักบาทเดียว แถมเป็นครั้งที่สองแล้วกับแข้งรายนี้ รวมไปถึงล่าสุดที่มีการแยกทางกับ รังนิค แบบเสียค่าโง่ ก็ว่าหวังการเสียค่าโง่ครั้งนี้ จะเป็นสุดท้ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สักที

หลังจากที่ ราล์ฟ รังนิค พา ปีศาจแดง ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง จนหล่นไปจบอันดับ 6 ชวดโควตาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และได้เพียงโควตาไปลุย ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เท่านั้น

ล่าสุดก็ได้มีแถลงการณ์จากสโมสรว่า “สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขอขอบคุณ ราล์ฟ รังนิค สำหรับความพยายามของเขา ในฐานะผู้จัดการทีมชั่วคราวตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ด้วยข้อตกลงร่วมกัน ตอนนี้ ราล์ฟ จะโฟกัสไปที่บทบาทใหม่ของเขาในฐานะผู้จัดการทีมชาติออสเตรีย เท่านั้น”

“และจะไม่รับบทบาทที่ปรึกษาที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เราขออวยพรให้ ราล์ฟ โชคดีในบทต่อไปในอาชีพของเขา”

เกิดอะไรขึ้นในรั้ว โอลด์ แทรฟฟอร์ด เพราะหากจำกันได้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 เมษายน ทีมชาติออสเตรีย ประกาศเเต่งตั้ง ราล์ฟ รังนิค คุมทีมถึงปี 2024 พร้อมควบตำเเหน่งที่ปรึกษาให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากนั้นวันที่ 30 เมษายน ราล์ฟ รังนิค ให้สัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ตส์ เกี่ยวกับบทบาทของเขากับ ยูไนเต็ด ว่า “สิ่งที่ผมบอกได้และยืนยัน คือผมจะทำหน้าที่ที่ปรึกษาต่อไป เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล และอีก 2 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน”

การแยกทางกับ รังนิค ทำให้ ยวน ชาร์ป และ คริส อาร์มาส ก็ต้องอำลาสโมสรเช่นกัน ขณะที่ ไมค์ ฟีแลน ต้องการออกจากสโมสรเช่นกัน แต่ยังอยู่ในระหว่างการเจรจาตกลง โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน รังนิค ได้พูดคุยหารือกับ เอริก เทน ฮาก เป็นเวลานาน ก่อนที่สุดท้ายจะมาจบที่ข้อสรุปในการอำลาทีมของตัวเขาเอง

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวมากมาย เกี่ยวกับความไม่ลงรอยกัน และมีรายงานด้วยว่า รังนิค ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่สโมสรปล่อยให้ เอริค เทน ฮาก กุนซือคนปัจจุบัน เข้ามานั่งชมเกมในนัดสุดท้ายกับ คริสตัล พาเลซ เนื่องจากมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกัน และควรจะเข้ามาทำงาน หลังจากจบฤดูกาลโดยสมบูรณ์แล้ว

นอกจากนี้ เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม เคยมีรายงานว่า ราล์ฟ รังนิค กำลังพิจารณาว่าจะตกลงรับตำเเหน่งที่ปรึกษาให้กับ แมนยู ดีหรือไม่ หลังจากไม่ได้โบนัส 1 ล้านปอนด์ เพราะไม่สามารถพาทีมจบท็อปโฟร์ได้ในฤดูกาลนี้

และจนตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่า เบื้องหลังของเรื่องนี้คืออะไรกันแน่ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ความผิดพลาดของบอร์ดบริหารที่ทำให้เรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สโมสรและ รังนิค อาจรู้สึกว่า เมื่อ ราล์ฟ เข้าคุม ทีมชาติออสเตรีย แล้ว อาจเป็นเรื่องยากที่เขาจะแบ่งเวลามาทำงานที่ ยูไนเต็ด ด้วย รังนิค จะโฟกัสไปที่การคุม ทีมชาติออสเตรีย เพียงอย่างเดียว

สำหรับสถิติการคุมทีมของ รังนิค กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้งสิ้น 29 เกม รวมทุกรายการ ชนะไป 11 เสมอ 10 และแพ้ถึง 8 เกม ทั้งๆ ที่เพิ่งมาคุมทีมในช่วงก่อนปีใหม่เพียงไม่นานเท่านั้น

จากสถิติที่เกิดขึ้น จะสังเกตได้ว่า ช่วงเวลา 6 เดือนของ รังนิค กับ ปีศาจแดง เป็นช่วงเวลาที่ เดอะ โปรเฟสเซอร์ มีผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิตการเป็นกุนซือเลยทีเดียว โดยเปอร์เซนต์การเก็บชัยชนะของ รังนิค กับ ยูไนเต็ด น้อยนิดเพียง 37.93% เท่านั้น สิ่งที่ แมนยู ควรได้จาก รังนิค มันควรเป็นเรื่องประสบการณ์ ความรู้ของเขา อุตส่าห์เคลียร์คนเบื้องหลังออกไปได้มาก ทั้งแมวมอง รวมไปถึงการวางมือของ เอ็ด วู้ดเวิร์ด แถมยังได้กุนซือที่ดูมีแนวโน้มที่ดีอย่าง เทน ฮาก เข้ามาอีก แต่คนที่ลงเสาเอกวางโครงสร้าง จากวางระบบ กลายเป็นวางระเบิด แล้วชิ่งหนีซะอย่างนั้น

ปีศาจแดง กำลังจะเสีย ปอล ป็อกบา แบบไม่ได้สักบาทเดียว แถมเป็นครั้งที่สองแล้วกับแข้งรายนี้ รวมไปถึงล่าสุดที่มีการแยกทางกับ รังนิค แบบเสียค่าโง่ ก็ว่าหวังการเสียค่าโง่ครั้งนี้ จะเป็นสุดท้ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สักที

>>> ดูบอลสด คลิกที่รูปได้เลย <<<

   ———————————- ดูฟรี ทุกคู่ ทุกลีก ———————————-

รับชม บอลสด ถ่ายทอดสด ฟุตบอลทุกคู่ ทุกลีกดัง ต้องที่นี้ Trafficfootball :  👉🏻   ดูบอลสด
ดูประวัติข้อมูลและการเคลื่อนไหว วงการฟุตบอล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่หนีไปไหน! ‘เนย์มาร์’ ปัดข่าวย้ายทีม หวังคว้าแชมป์กับ เปแอสเช อีกเพียบ 30/05/2565

ทุกข่าวทุกเรื่องราวทุกการเปลี่ยนแปลงของ วงการฟุตบอล Hot News: ข่าวกีฬา   ข่าวฟุตบอล  ตลาดลูกหนัง
🙏 ขอขอบคุณเว็บเดิมพัน คาสิโนออนไลน์ ทดลองเล่นบาคาร่า ที่ได้รับความน่าเชื่อถือที่สุดตอนนี้ 2022  🙏

แสดงความคิดเห็น

• เรื่องน่าสนใจ •