พรีวิว ฟุตบอลคาราบาว คัพ แมนซิตี้ VS สเปอร์ส 25/04/2564 (พร้อมลิ้งก์ดูบอล)

พรีวิว ฟุตบอลคาราบาว คัพ แมนซิตี้ VS สเปอร์ส 25/04/2564 (ลิ้งก์ดูบอล)

รายการ : คาราบาว คัพ 2020/21 รอบชิงชนะเลิศ
แมตช์การแข่งขัน : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
วัน/เวลาแข่งขัน : วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2564 เวลา 22:30 น.
สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสด : Trafficfootball

สภาพความพร้อม แมนเชสเตอร์ ซิตี้

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก และแชมป์เก่ารายการนี้ 3 สมัยซ้อน แม้จะเพิ่งพลาดท่าพ่ายให้กับ เชลซี 0-1 ตกรอบตัดเชือก ศึกเอฟเอ คัพ ไปเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ทว่าล่าสุด พวกเขาก็กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในเกมลีก เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังบุกเฉือน แอสตัน วิลล่า ได้ด้วยสกอร์ 2-1 ส่วนรายการนี้ ซิตี้ ผ่านเข้ารอบมา ด้วยการบุกเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ

สำหรับสภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะหมดสิทธิ์ใช้งาน จอห์น สโตนส์ ที่ติดโทษแบน จากการโดนใบแดงในเกมนัดล่าสุด รวมทั้งยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ เควิน เดอ บรอยน์ ที่เพิ่งกลับมาซ้อมกับทีม และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ไม่ฟิตสมบูรณ์ก่อนหน้านี้ ขณะที่แกนหลักรายอื่นๆ ต่างฟิตสมบูรณ์ พร้อมเป็นตัวเลือกในเกมนี้

โดยตำแหน่งผู้รักษาประตู น่าจะเป็น แซค สเตฟเฟ่น นายด่านชาวอเมริกัน ซึ่งลงเล่นในถ้วยนี้มาตลอดได้ทำหน้าที่เฝ้าเสา ส่วนแผงหลังมี ไคล์ วอล์คเกอร์, อายเมริค ลาปอร์กต์, รูเบน ดิอาส และ ชูเอา กานเซโล่ ขณะที่แดนกลางใช้ โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์ และ อิลคาย กุนโดกัน ลงคุมเกม โดยมี ฟิล โฟเด้น, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เชซุส คอยสร้างสรรค์เกมรุก

สภาพความพร้อม สเปอร์ส

ส่วนทางด้านของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมอันดับ 7 ของตารางพรีเมียร์ลีก เพิ่งจะปลดกุนซืออย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ ออกจากตำแหน่งไป เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนจะดัน ไรอัน เมสัน ขึ้นมาเป็นรักษาการเฮดโค้ช ซึ่งล่าสุด เมสัน ก็ประเดิมการคุมทีมนัดแรกได้อย่างน่าพอใจ ด้วยการเปิดบ้านเฉือน เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่ผลงานในรายการนี้ สเปอร์ส ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ หลังเปิดบ้านเอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0

สำหรับสภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ กุนซือหนุ่ม วัย 29 ปี จะชวดใช้งาน โจ โรดอน ที่ติดคัพไท หลังเคยลงเล่นให้กับ สวอนซีสังกัดเก่ามาก่อนหน้านี้ รวมทั้ง เบน เดวิส ที่มีอาการบาดเจ็บที่น่อง ส่วนในรายของ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ และ แฮร์รี่ เคน ดาวเตะคนสำคัญ ที่ล่าสุดกลับมาลงซ้อมกับทีมได้แล้ว ต้องรอทดสอบความฟิตก่อนลงสนาม ขณะที่แข้งตัวหลักรายอื่นๆ ยังฟิตสมบูรณ์ พร้อมลงสนามกันอย่างครบครัน

นำทัพโดย อูโก้ โยริส มือกาวชาวฝรั่งเศส แนวรับมี แซร์ช โอริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เอริค ดายเออร์ และ เซร์คิโอ เรกีลอน คู่มิดฟิลด์เป็น ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก กับ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ ส่วนตัวรุก 3 คนส่ง แกเร็ธ เบล, ลูคัส มูร่า และ ซน ฮึง-มิน ลงประสานงานกัน โดยมี แฮร์รี่ เคน คอยไล่ล่าตาข่าย

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : แซค สเตฟเฟ่น (GK), ไคล์ วอล์คเกอร์, อายเมริค ลาปอร์กต์, รูเบน ดิอาส, ชูเอา กานเซโล่, โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกัน, ฟิล โฟเด้น, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

สเปอร์ส : อูโก้ โยริส (GK), แซร์ช โอริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เอริค ดายเออร์, เซร์คิโอ เรกีลอน, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่, แกเร็ธ เบล, ลูคัส มูร่า, ซน ฮึง-มิน, แฮร์รี่ เคน

บทวิเคราะห์
ต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมา เรือใบสีฟ้า ค่อนข้างถูกโฉลกกับศึกถ้วยนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 5 จาก 7 ปีหลังสุดเลยทีเดียว โดยเฉพาะในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ครองแชมป์มาแล้ว 3 สมัยติดต่อกัน และพวกเขาก็กำลังหวังจะซิวแชมป์เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันให้ได้ พร้อมจะเป็นการทำสถิติครองแชมป์รายการนี้สูงสุด เทียบเท่ากับ ลิเวอร์พูล ที่ 8 สมัยอีกด้วย

ขณะที่ ไก่เดือยทอง ก็หมายมั่นปั้นมือ ที่จะได้สัมผัสถ้วยแชมป์อีกครั้ง เมื่อห่างหายจากการคว้าแชมป์มายาวนานถึง 13 ปี หลังจากที่ได้แชมป์รายการนี้ไปในปี 2008

เมื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบของทั้ง 2 ทีมในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศักยภาพของนักเตะและกุนซือ รวมทั้งระบบวิธีการเล่น และความลงตัวของทีมในช่วงที่ผ่านมา คงต้องยกให้ ทีมแชมป์เก่า ที่ดูแล้วเป็นต่ออยู่พอสมควร ทว่าในเกมนัดชิงชนะเลิศแบบนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะกับทีมที่เพิ่งเปลี่ยนโค้ชอย่าง สเปอร์ส ก็คงพร้อมจะสร้างเซอร์ไพรส์เช่นกัน

คาดว่า เกมนี้น่าจะเป็นเกมที่ยากสำหรับทั้ง 2 ทีม พวกเขาน่าจะมาเล่นกันแบบเน้นรัดกุมและระวังตัวไว้ก่อน โดยจะเป็นเกมที่อาศัยการช่วงชิงจังหวะกันในแดนกลาง ซึ่งเชื่อว่าจะสู้กันได้อย่างสูสี อย่างไรก็ตาม ตัวแปรสำคัญของเกม ที่อาจจะกลายเป็นคนที่ตัดสินผู้ชนะได้ นั่นคือ แข้งจอมทัพหัวใจของทีมของพวกเขาทั้งคู่ อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ และ แฮร์รี่ เคน ซึ่งต่างก็เพิ่งได้รับอาการบาดเจ็บมาทั้งคู่ โดยเกมนี้ หากใครที่ได้มีบทบาทในเกมรุกของตัวเองมากกว่า ก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้ทีมได้สุขสมหวัง ซึ่งสุดท้ายแล้ว ยังคาดว่า ซิตี้ ที่เก๋าเกมและมีประสบการณ์ในนัดชิงชนะเลิศมากกว่า มีความเป็นไปได้มากกว่าที่จะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ไปครอง

สกอร์ที่คาด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 สเปอร์ส

>>> ดูบอลสด คลิกที่รูปได้เลย <<<

   ———————————- ดูฟรี ทุกคู่ ทุกลีก ———————————-

รับชม บอลสด ถ่ายทอดสด ฟุตบอลทุกคู่ ทุกลีกดัง ต้องที่นี้ Trafficfootball :  👉🏻   ดูบอลสด
ดูประวัติข้อมูลและการเคลื่อนไหว วงการฟุตบอล

  • “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ <<
  • “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ <<

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทุกข่าวทุกเรื่องราวทุกการเปลี่ยนแปลงของ วงการฟุตบอล Hot News: ข่าวกีฬา   ข่าวฟุตบอล  ตลาดลูกหนัง

 

 

 

• เรื่องน่าสนใจ •