อิตาลี เจ๊า สเปน 1-1 ใน 120 นาที ก่อนดวลเป้าล้มกระทิง 4-2 ลิ่วชิงยูโร 2020 07/07/2564

อิตาลี เจ๊า สเปน 1-1 ใน 120 นาที ก่อนดวลเป้าล้มกระทิง 4-2 ลิ่วชิงยูโร 2020  07/07/2564

อิตาลี VS สเปน 1-1 (4-2) | อิตาลี ได้ประตูขึ้นนำจาก เฟเดริโก้ เคียซ่า ในนาที 60 ก่อนที่ อัลบาโร่ โมราต้า จะลงมายิงตีเสมอให้ทัพกระทิงดุในนาที 80 ทำให้จบ 90 นาที เสมอกัน 1-1 จนต้องต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่จะต้องตัดสินกันด้วยการดวลลูกโทษ ซึ่งสุดท้ายแล้วกลายเป็น ดานี่ โอลโม่ และ โมราต้า ที่ยิงไม่เข้า ส่งผลให้อัซซูรี่เอาชนะสเปน ในการยิงจุดโทษ 4-2 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ฟุตบอลยูโร 2020
อิตาลี 1-1 สเปน
(อิตาลี ชนะในการดวลจุดโทษ 4-2)

ศึกฟุตบอล ยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันอังคารที่ 6 กรกฎาคม 2564 “อัซซูรี่” ทีมชาติอิตาลี พบกับ “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน ที่สนาม เวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ

นาทีที่ 3 อิตาลีได้ลุ้นก่อน นิโกโล่ บาเรลล่า ปั่นโค้งด้วยขวา บอลพุ่งไปชนเสาสองอย่างน่าเสียดาย ทว่าผู้ตัดสินก็เป่าว่า บาเรลล่า อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

นาที 15 สเปนได้โอกาสบ้าง เฟร์ราน ตอร์เรส สับไกจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเรียด แต่หลุดเสาแรกออกหลังไป

ถัดมา นาที 25 ดานี่ โอลโม่ ได้ยิงในเขตโทษ จังหวะแรกไปติดบล็อก เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ก่อนซ้ำอีกครั้ง แต่ จานุลยจิ ดอนนารุมม่า พุ่งปัดบอลไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

นาที 45 เอเมอร์สัน กดด้วยซ้ายแบบเต็มข้อตรงมุมแคบที่เสาแรก บอลพุ่งไปแฉลบมุมสามเหลี่ยมประตู แล้วหลุดออกหลังไปแบบได้ลุ้น ทำให้จบครึ่งเวลาแรก ทั้ง 2 ทีม ยังคงทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันอยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลัง นาที 52 มิเกล โอยาร์ซาบัล ไหลบอลให้ เซร์คิโอ บุสเกตส์ ตั้งป้อมยิงด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

นาทีต่อมา อัซซูรี่ได้ลุ้นบ้าง เฟเดริโก้ เคียซ่า กดด้วยขวาในเขตโทษ ทว่า อูไน ซิมอน ยังล้มตัวรับบอลไว้ได้

ต่อมา นาที 58 มิเกล โอยาร์ซาบัล ส่องไกลด้วยซ้าย แต่ ดอนนารุมม่า ก็รับบอลได้ติดมือ

GOAL!! กระทั่ง นาที 60 อิตาลีก็มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะสวนกลับเร็ว อายเมริค ลาปอร์กต์ ล้มตัวกวาดบอลได้ ก่อนจะไปถึง ชิโร่ อิมโมบิเล่ ทว่าบอลกลับไปเข้าทาง เฟเดริโก้ เคียซ่า ได้ตั้งป้อมแล้วปั่นด้วยขวา บอลโค้งเสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่ายแบบหมดจด ทำให้อัซซูรี่ออกนำ 1-0

นาที 66 ดานี่ โอลโม่ วิ่งเข้ายิงด้วยขวาตรงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ

2 นาทีต่อมา โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ ตัวสำรองอิตาลี ได้ยิงมุมแคบที่เสาแรก ทว่า อูไน ซิมอน ยังป้องกันได้

GOAL!! แต่แล้ว นาที 80 สเปนก็ไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จ อัลบาโร่ โมราต้า ดาวยิงตัวสำรอง ทำชิ่งกับ ดานี่ โอลโม่ ก่อนหลุดเข้าเขตโทษไปแปบอลเข้าประตูอย่างง่ายดาย ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้จบ 90 นาที ทั้ง 2 ทีม ยังกินกันไม่ลง เสมอกันที่ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30นาที

นาที 110 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ หลุดเข้าเขตโทษไปล้มตัวกวาดบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่ถูกจับเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน ทำให้อิตาลีไม่ได้ประตู

ทำให้จบ 120 นาที ยังไม่สามารถหาผู้ชนะได้ ต้องทำการดวลลูกโทษตัดสิน โดย อิตาลี เป็นฝ่ายยิงก่อน

1. มานูเอล โลคาเตลลี่ : ไม่เข้า

1. ดานี่ โอลโม่ : ไม่เข้า

2. อันเดรีย เบล็อตติ : เข้า

2. เคราร์ด โมเรโน่ : เข้า

3. เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ : เข้า

3. ติอาโก้ อัลคันทาร่า : เข้า

4. เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ : เข้า

4. อัลบาโร่ โมราต้า : ไม่เข้า

5. จอร์จินโญ่ : เข้า

ทำให้จบเกมการแข่งขัน เป็น ทีมชาติอิตาลี ที่เอาชนะ ทีมชาติสเปน ในการดวลจุดโทษ 4-2 หลังเสมอกันใน 120 นาที 1-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของศึก ยูโร 2020 ได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม
อิตาลี : จานุลยจิ ดอนนารุมม่า (GK), โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่, นิโกโล่ บาเรลล่า, จอร์จินโญ่, มาร์โก แวร์รัตติ, เฟเดริโก้ เคียซ่า, ชิโร่ อิมโมบิเล่, ลอเรนโซ่ อินซินเย่

สเปน : อูไน ซิมอน (GK), เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เอริค การ์เซีย, อายเมริค ลาปอร์กต์, ฆอร์ดี้ อัลบา, โกเก้, เซร์คิโอ บุสเกตส์, เปดรี้, เฟร์ราน ตอร์เรส, มิเกล โอยาร์ซาบัล, ดานี่ โอลโม่

>>> ดูบอลสด คลิกที่รูปได้เลย <<<

   ———————————- ดูฟรี ทุกคู่ ทุกลีก ———————————-

รับชม บอลสด ถ่ายทอดสด ฟุตบอลทุกคู่ ทุกลีกดัง ต้องที่นี้ Trafficfootball :  👉🏻   ดูบอลสด
ดูประวัติข้อมูลและการเคลื่อนไหว วงการฟุตบอล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทุกข่าวทุกเรื่องราวทุกการเปลี่ยนแปลงของ วงการฟุตบอล Hot News: ข่าวกีฬา   ข่าวฟุตบอล ตลาดลูกหนัง

• เรื่องน่าสนใจ •