เหนือกว่า มาร์กซิยาล-เจมส์ ? ทำไม แมนฯยู ถึงควรซื้อ ซน ตามที่ ชไมเคิ่ล เสนอ

ถึงแม้การได้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางชาวโปรตุกีสมาร่วมทัพเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาจะทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นเกมบุกกันได้มีมิติมากขึ้น และทำผลงานโดยรวมได้ดีกว่าเดิม แต่หลายคนมองว่านั่นยังไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย กลับมาเป็นทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์อีกครั้งได้ เรื่องดังกล่าวทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับนักเตะแนวรุกชื่อดังหลายคนตลอดช่วงที่ผ่านมา โดย 2 คนที่มีข่าวกับพวกเขามากที่สุดคือ เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ แฮร์รี่ เคน ดาวยิง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจากที่ทั้งคู่ต่างก็ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ทั้งคู่ต่างก็แทบจะเป็นตัวหลักเบอร์ 1 ของทีม ทำให้เชื่อกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่มีทางได้พวกเขามาร่วมทัพง่ายๆ และอาจจะจำเป็นต้องทุ่มเงินก้อนโตสถานเดียว ซึ่งในสถานการณ์ที่ทีมฟุตบอลทั่วโลกต่างก็มีรายได้น้อยลงจากปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มันก็ทำให้มีการมองกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะไม่มีงบมากพอสำหรับการสู่ขอ ซานโช่ หรือ เคน มาเล่นให้พวกเขา

ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อน ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานผู้รักษาประตูชาวเดนมาร์กได้เปิดช่วงถาม-ตอบกับแฟนบอลใน ทวิตเตอร์ ซึ่งในจำนวนนั้นมีคำถามที่น่าสนใจ 1 อัน นั่นคือการที่มีคนถามว่า ชไมเคิ่ล อยากให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญากับใครมากที่สุดในเงื่อนไขที่ว่าต้องดูพอจะซื้อได้จริงๆ ซึ่ง ชไมเคิ่ล ก็ตอบว่า ซน ฮึง-มิน ดาวเตะ สเปอร์ส

แน่นอนว่าถ้าเทียบกับ ซานโช่ หรือ เคน แล้วนั้น ซน ก็น่าจะมีค่าตัวถูกกว่าทั้ง 2 คน แถมดาวเตะชาวเกาหลีใต้ยังมีความขยันในการเล่นสูงซึ่งเข้ากับสไตล์ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากเอาฟอร์มการเล่นของเขาไปเทียบกับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ แดเนี่ยล เจมส์ ซึ่งมักจะถูก แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เป็นตัวรุกตรงริมเส้นอยู่บ่อยๆ แล้วล่ะก็ ซน ก็อาจจะเป็นคนที่เหมาะกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างมากเหมือนที่ ชไมเคิ่ล เสนอก็ได้ ลองไปดูดีกว่าว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

– การผ่านบอล
ในการลงเล่นเกมลีกประจำซีซั่นนี้นั้น ซน สามารถทำแอสซิสตได้ 7 หน มากกว่า เจมส์ ที่ทำได้ 6 ครั้ง และ มาร์กซิยาล ที่ทำไป 3 หน โดยที่จริงแล้ว ซน ลงเล่นไปเพียง 21 นัด น้อยกว่าทั้ง 2 คนด้วยซ้ำ (เจมส์ ลงเล่นในลีกไป 27 นัด ส่วน มาร์กซิยาล ลงสนามในลีกไป 23 เกม)

นอกจากนี้ ถ้าหากเจาะลึกลงไปอีกแล้วล่ะก็ มันก็จะเห็นว่าดาวเตะชาวเกาหลีใต้สามารถผ่านบอลโดยรวมได้ดีกว่าทั้งคู่ อย่างเช่นค่าเฉลี่ยการผ่านบอลจังหวะสำคัญที่เขาทำได้ 1.4 หนต่อเกม โดยที่ เจมส์ กับ มาร์กซิยาล ทำได้ 0.9 ครั้งต่อนัดเท่ากัน และความแม่นยำในการผ่านบอลที่ ซน ทำได้ 85.1 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ มาร์กซิยาล กับ เจมส์ ทำได้ 80.5 เปอร์เซ็นต์ และ 78 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

ยิ่งไปกว่านั้น ซน ยังมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าเหนือกว่าทั้งคู่ด้วย เพราะเขาทำได้ 0.7 ครั้งต่อนัด โดยที่ เจมส์ ทำได้ 0.4 ครั้งต่อเกม และ มาร์กซิยาล ทำไป 0.1 หนต่อนัด

– การเลี้ยงบอล
ด้วยความที่ โซลชา ให้ความสำคัญกับเกมสวนกลับเร็วมากๆ ทำให้การเลี้ยงบอลของตัวริมเส้นเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นสุดๆ ต่อเกมบุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ถ้าหากเลี้ยงบอลได้ดีมันก็จะทำให้ “ปีศาจแดง” มีโอกาสพาบอลไปถึงกรอบเขตโทษและลุ้นทำประตูมากขึ้น หรือไม่ก็ผ่านบอลไปให้กองหน้าตัวเป้าลุ้นทำประตูได้

ถึงกระนั้น ในซีซั่นนี้ทั้ง มาร์กซิยาล และ เจมส์ ยังเลี้ยงบอลได้ไม่ถึงระดับน่าประทับใจ โดย มาร์กซิยาล เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งในลีกได้เฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อนัด ส่วน เจมส์ ทำได้ 1 หนต่อเกม ซึ่งทั้งคู่เทียบไม่ได้เลยกับ ซน ที่ทำได้ 2.3 ครั้งต่อนัด โดยการที่ ซน เลี้ยงบอลได้ดีขนาดนั้นก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ เคน ทำประตูให้กับ สเปอร์ส ได้อย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้

– ความขยันในการช่วยเกมรับ
ตามที่บอกไปในเบื้องต้นว่า ซน เป็นคนที่ขยันมากๆ เขามักจะลงมาช่วยเกมรับในหลายๆ จังหวะ ซึ่งมันก็ส่งผลให้เขามีค่าเฉลี่ยการสกัดโดนบอลดีพอตัวสำหรับนักเตะในตำแหน่งปีกที่ 0.8 ครั้งต่อเกม โดยที่ เจมส์ กับ มาร์กซิยาล มีตัวเลขในจุดนี้อยู่ที่ 0.7 ครั้งต่อนัดกับ 0.4 หนต่อเกม ตามลำดับ

นอกจากนี้ ดาวเตะทีมชาติเกาหลีใต้ยังสามารถอ่านเกมได้ดีจนตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบได้ 0.5 ครั้งต่อเกมด้วย โดยที่ เจมส์ ทำได้ 0.2 ครั้งต่อนัด ขณะที่ มาร์กซิยาล ไม่ค่อยได้ลงมาเล่นเกมรับมากเท่าไหร่จนทำให้ค่าเฉลี่ยด้านนี้อยู่ที่ 0.1หนต่อเกมเท่านั้น

• เรื่องน่าสนใจ •