4 ประเด็นเด็ดแดงเดือด ลิเวอร์พูล เปิดบ้านดวล แมนยู 16/01/2564

และแล้วการปะทะกันของ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกแดงเดือด หนแรกของฤดูกาล 2020/2021 ก็จะระเบิดขึ้นแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม เวลา 23.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยการดวลแข้งคู่นี้ สามารถดูกันสดๆ ได้ที่ช่อง trafficfootball 

ซึ่งสถานการณ์ของตารางคะแนนเวลานี้ “หงส์แดง” เจ้าถิ่น อยู่อันดับ 2 ตามหลัง “ปีศาจแดง” ผู้มาเยือน ที่นำเป็นจ่าฝูงอยู่ 3 คะแนน โดยทั้งสองทีมลงเตะไปแล้ว 17 นัด เท่ากัน

ดังนั้น ศึกแดงเดือด นัดนี้จึงถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะหาก เจ้าถิ่น สามารถเก็บชัยชนะในบ้านได้ ก็จะแซงกลับขึ้นไปนำจ่าฝูงอีกครั้ง แต่หากลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา บุกมาเก็บแต้มออกไปได้ ก็จะทำแต้มทิ้งห่างออกไปอีก

วันนี้ เราเลยขออุ่นเครื่องก่อนที่ทั้งสองทีมจะลงฟาดแข้งกัน ด้วย 4 ประเด็นร้อนๆ ที่น่าจับตาของศึกแดงเดือดหนนี้

1. หงส์แดง จะจัดแนวรับแบบไหน

เป็นที่ทราบกันดีว่า ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล มีปัญหาในแนวรับ โดยเฉพาะตำแหน่งคู่เซนเตอร์มาตั้งแต่ต้นซีซั่น เมื่อ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ โจ โกเมซ 2 กองหลังตัวหลักต้องบาดเจ็บพักยาว ส่วน โจเอล มาติป ก็ยังไม่ฟิตสมบรูณ์เพียงพอ ทำให้เกมที่จะดวลแข้งกับ แมนยู ทั้งสามคนไม่มีชื่อแน่นอน ที่ผ่านมา หากเป็นเกมสำคัญๆ หรือเจอคู่แข่งในระดับเดียวกัน เจอร์เก้น คล็อปป์ จะถอยทั้ง ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมายืนเป็นคู่เซนเตอร์ เนื่องจากต้องการอาศัยความเก๋าของทั้งคู่ประคองทีม
ทว่าเกมนี้คาดกันว่า กุนซือชาวเยอรมันจะให้ ฟาบินโญ่ ยืนคู่กับกับ รีห์ส วิลเลียมส์ หรือ แนท ฟิลลิปส์ คนใดคนหนึ่งมากกว่า เพราะต้องการให้ เฮนเดอร์สัน กลับมาบัญชาเกมในแดนกลาง เนื่องจากแผงมิดฟิลด์ของ “ปีศาจแดง” มีพวกเขี้ยวลากดิน อย่าง ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันเดส รวมทั้งสายพลังที่วิ่งไม่มีหมด อย่าง เฟร็ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ อยู่นั่นเอง

2. ลิเวอร์พูล โหดในบ้าน แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด เจ๋งเกมเยือน

หากไปดูสถิติการเล่นในสนามแอนฟิลด์ของ หงส์แดง ก็ต้องบอกว่านี่มันระดับเทพชัดๆ เนื่องจากพวกเขาไม่แพ้เกมลีกในบ้านมาแล้วถึง 51 นัดติดต่อกัน เป็นการชนะ 41 นัด และเสมอ 10 นัด ทำได้ 133 ประตู เสียเพียง 36 ประตู เรียกว่าคู่แข่งที่มาเยือนที่สนามแห่งนี้ อย่างดีที่สุดก็จะกลับออกไปด้วยผลเสมอเท่านั้น

หากดูจากสถิติของเจ้าถิ่นที่กล่าวมา หลายฝ่ายก็ต้องคิดว่า เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็หมดสิทธิ์บุกมาชนะแล้วล่ะสิ ทว่าความจริงมันอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นก็ได้ เนื่องจากในฤดูกาลนี้ พลพรรคนักเตะ “ปีศาจแดง” มีผลงานการเล่นทีมเยือน ที่ไฉไลเป็นบ้าเลยทีเดียว โดยแข้งผีลงเตะเกมในลีก ซึ่งเป็นเกมนอกบ้านมาแล้ว 8 นัด ชนะถึง 7 เสมอแค่ 1 ยังไม่พ่ายให้กับทีมไหนเลย

เท่านั้นไม่พอ แมนฯ ยูไนเต็ดยังเคยสร้างสุดยอดสถิติ กลายเป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีก ที่ยิงในเกมเยือนได้ 2 ลูกขึ้นไป 10 นัดรวดมาแล้ว ดังนั้นเกมในคืนวันอาทิตย์นี้ รับรองว่า ลูกทีมของ โซลชา ไม่เกรงกลัวสถิติสุดโหดของ เจ้าถิ่น แน่นอน

3. สามประสานแนวรุก หงส์แดง เริ่มฝืดหรือไม่?

ตลอด 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา สามประสานแนวรุกของ ลิเวอร์พูล อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ เป็นแนวรุกที่ร้อนแรง อันตราย และผลิตสกอร์ให้กับทีมได้แบบเป็นกอบเป็นกำ จนช่วยพาทีมกวาดแชมป์มากมาย ทว่า ในฤดูกาลนี้ มันกลับไม่เป็นแบบนั้นเสียแล้ว ฟอร์มการถล่มประตูของ 3 ประสานเหมือนจะดร็อปลงไปหรือเปล่า …

แม้ว่าเวลานี้ ซาลาห์ จะนำเป็นดาวซัลโวของลีก ด้วยการยิงไป 13 ประตู ทว่าผลงานของ มาเน่ และ ฟีร์มีโน่ ตกลงไปพอสมควร โดยทั้งสองคนยิงรวมกันในลีกได้แค่ 11 ลูกเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ หากเทียบกับซีซั่นที่ผ่านมาๆ

และหากนับจากที่ทีมบุกไปถล่ม คริสตัล พาเลซ 7-0 เมื่อกลางเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว หลังจากนั้นมาอีก 3 นัด เกมรุกของทีมยิงได้ลูกเดียวเท่านั้น ซึ่งมาจาก มาเน่ ทว่าสองนัดล่าสุด ทีมยิงประตูไม่ได้เลย แม้จะเจอกับทีมที่ระดับต่ำกว่า ซึ่งมันก็เลยเกิดคำถามขึ้นว่า เกิดอะไรขึ้นกับ 3 ประสานแนวรุกของทีม และเกมที่จะเจอกับ แมนยู ในวันอาทิตย์นี้ กองหน้าทั้งสามคนจะยังฝืด หรือจะกลับคืนสู่ฟอร์มอันร้อนแรงเหมือนเดิมได้แบบที่แฟนๆ คาดหวังหรือไม่ สปอร์ตพูล

4. พอล เทียร์นี่ ฝันร้าย เจ้าถิ่น / ตัวนำโชค ทีมเยือน

หลังจากที่พรีเมียร์ลีกออกมาประกาศว่า ศึกแดงเดือด ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ พอล เทียร์นี่ จะได้ลงทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน เหล่าบรรดา เดอะ ค็อป ถึงกับกุมขมับกันเลยทีเดียว เนื่องจาก ท่านเปาคนนี้ ถือว่าเป็นฝันร้ายของหงส์แดงเลยทีเดียว เพราะสถิติในการทำหน้าที่ในเกมที่ ลิเวอร์พูล ลงแข่ง 14 นัดหลังสุด เขาไม่เคยเป่าให้ “หงส์แดง” ได้จุดโทษเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ทว่ากลับกัน เมื่อ เทียร์นี่ ลงเป่าในเกมที่ แมนยู ลงแข่ง เขาจะกลายเป็นสายเปย์แจกจุดโทษให้เป็นว่าเล่น โดย 10 นัดหลังสุด เขาได้เป่าให้ลูกจุดโทษให้กับ “ปีศาจแดง” ไปแล้ว ถึง 5 เกม เลยทีเดียว  🔴 ดูบอลสด

ดูประวัติข้อมูลและการเคลื่อนไหว วงการฟุตบอล

ทุกข่าวทุกเรื่องราวทุกการเปลี่ยนแปลงของ วงการฟุตบอล Hot News: ข่าวกีฬา   ข่าวฟุตบอล ไฮไลท์บอล

แสดงความคิดเห็น

• เรื่องน่าสนใจ •